
สนพ.คาดภายใน 2 เดือน เห็นแนวทางชัดเจนนำเข้า LNG ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าลดลง ส่งผลให้มีราคาค่าไฟฟ้าถูกลงด้วย
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุในเอกสารเผยแพร่ ว่า กระทรวงพลังงาน จะพิจารณาแนวทางการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปด้านพลังงานในการเปิดให้มีการแข่งขันในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากผู้นำเข้าหรือ Shipper หลายราย โดยเป็นการใช้กลไกตลาดให้เกิดการแข่งขันด้านราคานำเข้า LNG ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าลดลง ส่งผลให้มีราคาค่าไฟฟ้าถูกลงด้วย ทั้งนี้ หากดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ จะทำให้ประเทศไทยมีต้นทุนทางด้านพลังงานลดลง อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามรถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด
ดังนั้น ในประเด็นที่กล่าวข้างต้น กระทรวงพลังงาน ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 โดยเร็ว โดยจะเห็นแนวทางชัดเจนภายใน 2 เดือนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจ เรื่อง กรณีมีการนำเสนอว่า มติ กบง. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ได้สั่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เร่งการเจรจาชะลอหรือเลื่อนโรงไฟฟ้าใหม่เข้าระบบเพื่อหวังลดสำรองไฟฟ้าที่สูงถึง 37 - 40% ซึ่งประเด็นดังกล่าว อาจจะทำให้ประชาชนผู้รับข่าวสารเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งในการแก้ไขปัญหากำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) สูงนั้น กระทรวงพลังงาน จะพิจารณาแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ โดยจะคำนึงถึงการนำไปสู่การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดต้นทุนของประเทศ ซึ่งมีแนวทางในการพิจารณาปลดโรงไฟฟ้าเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำออกจากระบบ เพื่อให้สามารถสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงได้อย่างเต็มที่
รวมถึง จะดำเนินการให้โรงไฟฟ้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ชัดเจนแล้ว ให้สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตามเวลา ที่กำหนดไว้แล้วในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ซึ่งจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของประเทศแล้ว และยังช่วยลดต้นทุนของประเทศโดยรวม
"ชัดเจน" - Google News
September 24, 2020 at 08:52AM
https://ift.tt/3mMq1lU
สนพ.คาดใน 2 เดือน เห็นแนวทางชัดเจนนำเข้า LNG หวังลดต้นทุนค่าไฟฟ้า - efinanceThai
"ชัดเจน" - Google News
https://ift.tt/2XPXjVA
Home To Blog

No comments:
Post a Comment